|
1. วิตามิน เอ มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร
วิตามิน เอ เป็นสารที่ทนต่อความร้อน
จึงไม่สูญเสียไปกับการปรุงอาหาร ซึ่งพบว่ามีวิตามินเออยู่มากในตับ
น้ำมันตับปลา นม เนย ไข่แดง และพืชผักผลไม้ อย่าง แครอท ผักบุ้ง
ตำลึง ฟักทอง มะเขือเทศ มะละกอสุก และมะม่วงสุก ซึ่งประโยชน์ของวิตามินเอ
คือ ช่วยให้การทำงานของผนังบุลำไส้ หลอดลม ถุงลม และท่อปัสสาวะทำงานได้ดี
อีกทั้งยังช่วยในเรื่องสายตา และการมองเห็นในที่มืดอีกด้วย
ซึ่งหากเด็กขาดวิตามินเอ ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดคือ ปัญหาตาบอด
หรือมีฝ้าขาว แต่หากในบางกรณีเด็กไม่สามารถรับประทานอาหารต่างๆได้
คุณสามารถเลือกอาหารเสริมที่มีวิตามินเอ ให้ลูกได้รับประทาน
เพื่อรักษาความสมดุลของร่างกาย ทำให้ระบบต่างๆสามารถทำงานได้อย่างครบวงจร
เพื่อพัฒนาการต่างๆของเด็กจะได้เติบโตอย่างเต็มที่
2 .อยากทราบเทคนิคการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี
วิธีบริโภคเพื่อสุขภาพ
เริ่มที่อาหารเช้ามื้อแรกของวัน เพราะว่าถ้าคุณไม่รับประทานอาหารเช้า
ร่างกายก็ย่อมไม่ได้รับสารอาหารที่จะนำไปใช้สำหรับทำกิจกรรม
เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะรับประทานอาหารในรูปแบบไหนในมื้อเช้า
ย่อมได้พลังงานที่เพียงพอ สำหรับการทำกิจกรรมแน่นอนที่สำคัญควรงดบริโภคอาหารที่ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างเนื้อสัตว์และไขมันซึ่งมีผลทำให้เกิดอนุมูลอิสระหรือสารก่อมะเร็ง
อาหารที่มีรสเค็มจัดก็ไม่ควรรับประทาน เพราะว่าร่างกายเราได้รับเกลือเพียงพอจากพืชและผลไม้ที่รับประทานเข้าไป
เพราะฉะนั้นการเพิ่มความเค็มให้กับร่างกายอีกย่อมส่งผลให้ไตทำงานหนักขึ้น
ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคความดันโลหิตสูง
ส่วนใครที่ต้องการสร้างพลังงานและเพิ่งความสดชื่นให้กับร่างกายหล่ะก็
แนะนำให้รับประทานน้ำผึ้งแทนน้ำตาล จะรับประทานกับขนมปังหรือชงกับน้ำอุ่นก็ได้
เพราะกลูโคสในน้ำผึ้งสามารถช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้
3.
การดูแลระบบทางเดินอาหารสำหรับลูกเล็กๆอายุประมาณ2 ขวบ
ควรจะต้องระวังเรื่องอะไรบ้าง
เมื่อพูดถึงระบบทางเดินอาหารของเด็กวัย 1-3 ขวบนี้ ภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคต่างๆ
ยังไม่สมบูรณ์เหมือนเช่นผู้ใหญ่อย่างเราๆ การดูแลเอาใจใส่เรื่องของประเภทอาหาร
ความสะอาด ก่อนที่จะให้ลูกรับประทานเป็นสิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรละเลย
สิ่งสำคัญข้อแรกอย่างแรก ก็คือประเภทอาหาร เด็กเล็กๆ ในวัยนี้กระบวนการย่อยและการทำงานของระบบทางเดินอาหารยังพัฒนาไม่เต็มที่
การเลือกประเภทของอาหารที่ย่อยง่ายเช่นโปรตีนจากเนื้อปลา เนื้อไก่
ผักผลไม้ต่างๆที่ให้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน เป็นสิ่งแรกที่ต้องนึกถึง
อย่างที่สองคือ ความสะอาดทั้งจากเครื่องปรุงต่างๆ อุปกรณ์ในการทำอาหาร
ภาชนะที่ใส่อาหาร สถานที่ในการปรุงรวมทั้งผู้ปรุง จะต้องแน่ใจว่าสะอาดไม่มีเชื้อโรคปะปน
ซึ่งจะต้องไม่เป็นโรคติดต่อที่สามารถแพร่ไปสู่ลูกน้อยของคุณได้
เด็กมักจะหยิบฉวยสิ่งต่างๆเข้าปากตามสัญชาตญาณ อุปกรณ์ของเล่นที่อยู่ใกล้มือจึงต้องสะอาด
เพราะหาลูกเผลอหยิบเข้าปากไปหล่ะก้อ เชื้อโรคต่างๆก็อาจจะเข้สู่ร่างกาย
ทำให้เด็กๆป่วย ไม่สบายได้ และเมื่อเด็กไม่สบาย การเรียนรู้และพัฒนาการต่างๆย่อมจะชะงัก
หรือช้าลงได้
4. การกระตุ้นหรือฝึกให้ลูกใช้นิ้วมือ
หรือกล้ามเนื้อมัดเล็กบ่อยๆ จะมีผลดีต่อพัฒนาการด้านใดบ้าง
จะช่วยให้เด็กสามารถฝึกและใช้กล้ามเนื้อต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นนิ้ว มือ ได้อย่างเต็มที่ คุณพ่อคุณแม่อาจจะเปิดโอกาสให้ลูกได้หัดใช้กรรไกรตัดกระดาษ
หัดใส่เสื้อผ้า ติดกระดุมเสื้อเอง หรือพับผ้า พับถุงเท้า กิจกรรมต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้การใช้กล้ามเนื้อของนิ้วอย่างประสานสัมพันธ์กัน
5. ตอนนี้ลูกเริ่มเข้าโรงเรียนแล้ว
แต่หลังจากไปโรงเรียนมักจะมีปัญหาติดหวัดมาจากเพื่อนๆ ที่โรงเรียน
จะมีวิธีการดูแลสุขภาพของลูกอย่างไรค่ะ
คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องดูแลเรื่องของอาหารที่ให้ลูกรับประทานมากขึ้น
เช่นพวกผัก หรือผลไม้ อาจจะเลือกผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น
ส้ม หรือฝรั่งก็ได้ ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคหวัดได้ ถ้าหากเป็นหวัดแล้วอาหารที่เลือกให้ลูกรับประทานก็ควรจะเป็นอาหารอ่อน
ย่อยง่าย ไม่มันมาก เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรง
ป้องกันโรคหวัดได้
|